แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะกรุด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตะกรุด แสดงบทความทั้งหมด

ตะกรุดมหาจักรพรรดิราช

ตะกรุดมหาจักรพรรดิราช

ตามตำหรับของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในตำราพิชัยสงครามมีอานุภาพมากทางคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติ ศาสตราวุธ ศาสตราคมต่างๆ

พบอยู่ในตำราของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เหมาะสำหรับพกติดตัวหรืออยู่คู่ยานพาหนะเดินทางเป็นแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีบารมีอำนาจ

อักขระทั้งหลายลงด้วยสูตรรัตนมาลา ตัวเลขลงด้วยสูตรโสฬส ตัวนะกลางยันต์มีอิทธิฤทธิ์คุ้มครองสูงส่ง ตามสูตรพิสดารหนุนล้อมธาตุ 4 และคัมภีร์ธรรม 3

ในแต่ละมุมยันต์มีอักขระคำว่า " ชะนะ " ทั้ง 4 ทิศ อักขระภายในเป็นอิติปิโส รัตนมาลาสูตร ลงอักขระแล้วต้องเจริญ พระเวทย์ตามพระนิพพานจักรีสูตร 108 จบ

ตะกรุดนี้จึงมีพุทธคุณ ดีทุกด้าน แต่ไม่มีเรื่องเสน่ห์ นอกนั้นมีหมดไม่ว่าจะมหาอำนาจ คุ้มครอง แคล้วคลาด ในสมัยก่อน กษัตริย์ จะใช้ยันต์นี้ ประทับไว้ใต้หมวกที่ใส่ ไม่ว่าจะออกรบ หรือว่า ว่างานราชการ เพราะมี คุณของพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ครบหมด เปรียบดั่งมีพระรัตนไตร ดวงแก้ว 3 ประการ ซึ่งความจริง ยันต์มหาจักรพรรดิ์ ก็คือคุณของพระรัตนไตร ซึ่งในศาสนาพุทธ ไม่มีอะไรที่สูงเกินกว่า พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้ว 

เมื่อโบราณกาล ได้คิดค้น พระยันต์นี้ขึ้นมา จึงได้นำให้ กษัตริย์ใช้บูชา และก็บังเกิดความสำเร็จ และด้วยอาศัยพลังอันสูงสุดของศาสนาพุทธ จึงขนานนาม พระยันต์นี้ว่า มหาจักรพรรดิ์ตราธิราช แม้กระทั่ง ในหลวงเรา ร 9 ก็ มีราชโองการให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2542 ใส่แผ่นทองคำ แล้วนำประทับไว้ที่หมวกประจำพระองค์ เรียกว่า ยันต์มหาจักรพรรดิ์ตราธิราช 

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทธ์ ที่สร้างยันต์นี้ประทับหมวก คือ ร 1 , 6 ,9 โดยก่อนหน้านั้นจะสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาทั้งหมด

ตะกรุดสี่มหาอำนาจ

ตะกรุดสี่มหาอำนาจ

ตะกรุดสี่มหาอำนาจเป็นตำหรับยันต์วัดประดู่ทรงธรรมพระเดชพระคุณพระครูพิพิธวิหารการ ( หลวงพ่อเทียม สิริปัญโญ ) ได้ทำออกให้เช่าบูชา คู่มากับตะกรุดมหาระงับ มีชื่อทางคงกะพัน คุ้มครอง เป็นมหาอำนาจ โดยแท้จริงยันต์สี่มหาอำนาจเป็นยันต์ชุดหนึ่งอยู่ในยันต์มหาระงับแบบพิศดารของหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช ยันต์สี่มหาอำนาจจึงเป็นการยกเอายันต์ชุดหนึ่งออกมาเขียนเฉพาะยันต์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเทียมเคยทำถวายพระสังฆาธิการในอยุธยาสมัยหนึ่ง ถวายพระบาทสมเด็จฯพระเจ้าอยู่หัวฯ และ ยังจารตะกรุดถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกท่านอีกด้วย มีอิทธิฤทธิทางมหาอำนาจและคงกระพันชาตรี เป็นที่ปรากฎประจักษ์มาแต่อดีต

พุทธาคมของตะกรุดสี่มหาอำนาจ
1. มหาระงับ - ระงับอุบัติเหตุ
2. มหารูด - การเข้าสังคม สมาคมและปฏิคม ให้บุคคลเชื่อถือ
3. มหาอุด - ทางคงกะพันชาตรี
4. มหานิยม - ทำความนิยมให้เกิดขึ้นกับตัวเอง


ตะกรุดสี่มหาอำนาจนี้ห้ามแยกออกจากกันเด็ดขาด ถ้าแยกออกจากกันถือเป็นว่าไม่เสื่อมแต่พุทธคุณจะไม่คงเดิม (หลวงพ่อเทียม หลวงพ่อสละ หลวงพ่อตี๋ ท่านเคยกล่าวไว้)

คาถาบูชา

( นะโม ๓ จบ )
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
นะโมพุทธายะ มะอะอุ

ตามแต่จะอธิษฐานเอาเถิด

ตะกรุดมหาระงับ

ตะกรุดมหาระงับแบบพิศดาร

พระยันต์ที่ใช้จารตะกรุดนี้ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาโดยต้นตำหรับของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี ได้ผูกพระยันต์เป็นตะกรุดถวาย สมเด็จพระนเรศวร สะพายคู่พระวรกายออกศึกชนะทัพหงสาวดี ที่ทุ่งหนองสาหร่าย โดยเฉพาะ “ตำรับพิชัยสงคราม” อันเป็นตำราว่าด้วย "การมีชัยชนะในการสงครามของกษัตริย์ยอดนักรบไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จพระพนรัตวัดป่าแก้ว

พุทธาคมของตะกรุดมหาระงับ
1. ระงับโจรภัย
2. ระงับอัคคีภัย
3. ระงับเหตุร้ายต่างๆ
4. ใช้อธิษฐานทำน้ำมนต์
5. ระงับเหตุร้ายนั้นๆได้


โอม มหาระงับ หลับสิ้นทั้งบ้าน โอมชิดมหาชิด โอมปิดมหาปิด สิทธิสวาหับ
นะปิดตา โมปิดใจ พุทปิดปาก ธาปิดหู ยะหลับนิ่งอยู่  
อิติปาระมิตาติงสา ระงับอินทรา 
อิติสัพพัญญูมาคะตา ระงับพรหมา 
อิติโพธิมะนุปปัตโต ระงับมนุสสา 
อิติปิโสจะเตนะโม ระงับทิสา 
อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง 
ปิสัมระโล ปุสัตพุท 
โสมาณะกะริถาโธ 
ภะสัมสัมวิสะเทภะ 
คะพุทปันทูทัมวะคะ
วาโธโนอะมะมะวา 
อะวิสุนุสานุติ 
นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ ปะระมัง ภะคะวา มะอะอุ ภะคะวา นะมะพะทะ จะภะกะสะ

ตะกรุดหน้าผากเสือ

ตะกรุดหน้าผากเสือ ปลุกเสกโดย หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง 

ตามปกติเราจะพบเห็นตะกรุดของพระเกจิอาจารย์ส่วนใหญ่จะทำด้วยแผ่น ตะกั่ว ทองเหลือง และทองแดง เป็นพื้นฐาน แต่ที่ผู้เขียนจะกล่าวต่อไปนี้คือ ตะกรุดหน้าผากเสือ ซึ่งมีความแปลกและพิศดารดังจะกล่าวต่อไปนี้คือ

ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ เป็นการใช้หนังหน้าผากเสือมาลงอักขระ แล้วม้วนหรือไม่ม้วนก็ตาม แต่ปลุกเสกจนมั่นใจ จึงมอบให้กับศิษย์นำเป็นเครื่องรางของขลังติดตัว พระอาจารย์ที่สร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายท่าน เช่น หลวงปู่นาค, หลวงปู่บุญ, หลวงพ่อหว่าง, หลวงพ่อนอ, หลวงพ่อเต๋, หลวงพ่อตาบ, หลวงพ่อคง ฯลฯ

ส่วนใหญ่ศิษย์จะเป็นผู้หาหนังหน้าผากเสือ มาให้ท่านลงอักขระคาถา เมื่อม้วนปลุกเสก แล้วหลวงปู่จะจัดให้มารับแล้วบอกคาถากำชับให้ภาวนาอยู่เสมอ

เสือมีความเชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งป่าเรืองอำนาจ บารมี มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสือมากมาย เช่นคนกลายเป็น เสือกลายเป็นคน หรือเสือสมิง ผู้ภาวนาคาถาหัวใจพยัคฆ์ตั้งมั่นในฌานสามารถทำให้คนอื่นเห็นหรือกลายร่างได้ คณาจารย์โบราณนิยมนำส่วนต่างๆของเสือโดยเฉพาะหน้าผากเสือ(แรงสุด) มาเป็นเรื่องรางของขลัง และส่วนใดๆของเสือที่ละสังขารถือเป็นของคงทนสิทธิ์ ไม่มีสิ่งใดลบล้างอำนาจได้ ยิ่งได้เกจิอาจารย์ที่มีอาคม สมาธิแก่กล้าลงอักขระคาถาบนหนังเสือ ปลุกเสกตามตำรา จะมีอานุภาพครอบจักวาลมีอำนาจต่อผู้พบเห็น สยบสิ่งอัปมงคล ป้องกันคุณไสย ลมเพลมพัด การกระทำของผู้มีอวิชชา หรือทำของ อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภ เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ในตัว ดังพญาเสือฉันใดฉันนั้น

ตะกรุด 100ปี วัดโตนดเตี้ย



ตะกรุดสังกะสี วิหารเก่า วัดโตนดเตี้ย จ. อยุธยา อายุกว่า 100 ปี วิหารหลวงพ่อใหญ่ หลังเก่าเดิมใช้เป็นพระอุโบสถมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อมีการสร้างอุโบสถขึ้นมาใหม่ ปี 2535 จึงเปลี่ยนมาเป็นวิหารที่ประดิษฐาน หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยอยุธยา เมื่อมีการขุดแต่งโดยกรมศิลป์ ก็ได้ขุดพบพระบูชา พระเครื่องสมัยอยุธยา จึงได้ทราบประวัติความเป็นมาว่าหลังคาวิหารที่มุงด้วยสังกะสีแผ่นหนาๆนั้นเป็นสังกะสีสมัย ร.5 ใช้มุงขึ้นแทนวัตถุอื่นที่ทรุดโทรมไป วิหารหรืออุโบสถเก่าหลังนี้จึงมีประวัติว่า ใช้เป็นที่บวชพระ ทำพิธีพุทาภิเษกวัตถุมงคลผ่านมามากมาย หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ หลวงปู่อั้น วัดพระญาติ และเกจิอาจารย์ดังๆท่านอื่นๆ ที่เคยมานั่งเป็นพระอุปัชฌาย์ ณ อุโบสถหรือวิหารแห่งนี้

เมื่อมีการบูรณะซ่อมแซมวิหารใหม่ สังกะสีเก่าที่มีความหนา เพราะมีโลหะทองเหลืองทองแดง ผสมอยู่มาก เมื่อนำมาขัดเกลาทำตะกรุดก็ออกมาเนื้อเหมือนพระรวงสนิมแดง เจาอาวาสวัดโตนดเตี้ย จึงขออณุญาติหลวงพ่อเสาร์ วัดดอนหญ้านาง นำยันต์ของท่านและให้หลวงพ่อเสาร์ท่านปลุกเสก ตะกรุดสังกระสี เดี่ยวองค์เดียว ณ ที่วิหารแห่งนี้ด้วย ตะกรุดรุ่นนี้มีไม่มากนัก เพราะทางวัดจะทำเท่าที่สังกะสีหมด โดยจัดทำเป็นชุด ดอกใหญ่ ยาว 2.5 นิ้ว และดอกเล็ก ยาว 1 นิ้ว