แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนางพญา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระนางพญา แสดงบทความทั้งหมด

พระนางพญา หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม

พระนางพญา หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม  2503
หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม
หลวงพ่อเต๋ คงทอง ท่านเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในยุคร่วมสมัยกับหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา หลวงพ่อพ่วง วัดบ่อตะกั่ว เป็นต้น

หลวงพ่อเต๋ ท่านเป็นพระที่เก่งมากในเรื่องของเมตตาค้าขาย คงกระพัน สำหรับเครื่องรางของหลวงพ่อเต๋ ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือกุมารทอง ซึ่งท่านทำได้เฮี้ยนสุดๆ หลวงพ่อเต๋ เป็นศิษย์ผู้น้องของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง มีอาจารย์ร่วมกันคือหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก นอกจากนี้ท่านยังเรียนวิชาเพิ่มจากฆราวาสชาวเขมรในป่า ในเรื่องการปลุกเสกกุมารทอง

วัตถุมงคลหลวงพ่อเต๋ ยุคแรกๆจะเป็นพระเนื้อดินเผา เช่น พระขุนแผน พระลีลา พระนางพญา เป็นต้น สำหรับพระนางพญา ด้านหลังของพระจะมีชื่อปั้มว่าหลวงพ่อเต๋

พุทธคุณของพระนางพญาหลวงพ่อเต๋ เชื่อว่าดีเด่นด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย โชคลาภ ถ้าผ่านไปนครปฐมข้างพระปฐมเจดีย์ลองสังเกตุดูในคอพวกแม่ค้าพ่อค้าเชื่อว่าต้องเจอนางพญารุ่นนี้

หลวงพ่อเต๋ มรณภาพเมื่ออายุได้ 80 ปี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2524 ปัจจุบันสังขารท่านยังอยู่ที่วัด ไม่เน่าเปื่อย

พระนางพญา วัดเวียง พระนครศรีอยุธยา

พระนางพญา วัดเวียง

นาม "พระนางพญา" เรียกชื่อกันตามพุทธลักษณะพิมพ์ทรงที่เหมือน "พระนางพญา วัดนางพญา จ.พิษณุโลก" หนึ่งในพระชุดเบญจภาคี สุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย

"พระนางพญา วัดเวียง" ก็เช่นกัน แล้วก็ไม่ใช่พระกรุที่จะเรียกว่าพระนางพญา กรุวัดเวียง ได้ด้วย เนื่องจากมิได้นำลงบรรจุกรุ แต่เป็นการนำพระใส่โอ่งทิ้งไว้ในโบสถ์ ใครอยากหยิบก็หยิบไปได้ จึงไม่นับเป็นพระกรุครับผม

พระนางพญา วัดเวียง เป็นพระพิมพ์เก่าแก่อีกพิมพ์หนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเรียกได้ว่ามีมาคู่กับวัดเลยทีเดียว สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา โดยพระเถระฝ่ายลาวจากเวียงจันทน์ เมื่อครั้งอพยพมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ว่ากันว่ามีชาวลาวจำนวนมากอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นต้นมา และลงหลักปักฐานทำมาหากินอยู่ตามที่ลุ่มของแม่น้ำป่าสักไล่มาจนถึงเพชรบูรณ์ สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ ดังนั้น เมื่อสภาพความเป็นอยู่เริ่มลงตัว จึงคิดสร้างวัดวาอาราม เพื่อใช้เป็นที่ประกอบกิจทางศาสนาเยี่ยงพุทธศาสนิกชนที่ดีพึงกระทำ อาทิ วัดสะตือ วัดเวียง วัดดาวเสด็จ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าแต่ละวัดที่กล่าวมานี้ก็เป็นที่คุ้นหูทั้งสิ้น โดยเฉพาะนักนิยมสะสมพระเครื่อง เช่น วัดสะตือก็จะเกี่ยวข้องกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หรือ วัดดาวเสด็จก็มีพระเครื่องที่มีชื่อเสียงคือ "พระนางพญาวัดดาวเสด็จ" ใครจะทราบว่าวัดเหล่านี้สร้างโดยชาวเวียงจันทน์

วัดเวียง ก็เช่นกัน เมื่อครั้งสร้างวัดขึ้นในสมัยอยุธยานั้น ก็มีการจัดสร้างพระพิมพ์ด้วยคือ "พระนางพญา วัดเวียง" เป็นพระเนื้อดินเผา ที่เนื้อดินหยาบพอประมาณ มีทรายและแก้วแกลบเป็นเสี้ยนสีขาวผสมอยู่มาก คล้ายเนื้อดินของพระตระกูลสุโขทัย หรือพระของหลวงพ่อโหน่ง แห่งวัดคลองมะดัน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งผิวพรรณจะนวลสะอาดแบบหม้อใหม่ปัจจุบัน และเมื่อใช้หรือผ่านการสัมผัสจะมีความแกร่งและมันวาว

หลังจากผ่านการเผาเป็นที่เรียบร้อย ก็จะนำมาใส่โอ่งดินวางไว้ 4 มุมในพระอุโบสถ ดังนั้น นอกจากจะได้รับการปลุกเสกจากพระเถระผู้สร้างเป็นอย่างดีแล้ว จะได้รับการปลุกเสกในพระอุโบสถตลอดเวลาอีกด้วย ทั้งสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น สวดปาฏิโมกข์ สวดยัด ฯลฯ ลักษณะเป็นพระพิมพ์แบบครึ่งซีก มีพุทธศิลปะคล้ายศิลปะอู่ทอง รูปทรงสามเหลี่ยม พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ บนอาสนะ การหักของพระกรหักเป็นมุม ช่วงต่ำกว่าข้อศอกแลดูผิด ส่วน พระเกศเป็นแบบเกศปลี พระกรรณยาวและอ่อนสลวย พระสังฆาฏิยาวจดพระหัตถ์ ลำพระองค์ สูงชะลูดและดูผึ่งผาย แบ่งได้เป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์เส้นอาสนะยาวตลอดพระเพลา และพิมพ์อาสนะยาวไม่ตลอดพระเพลา

พระนางพญา วัดเวียง จ.พระนครศรีอยุธยา นับเป็นพระเก่าที่มีพุทธคุณเป็นเลิศ โดยเฉพาะที่เป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือกันมาก คือ เรื่องอยู่ยงคงกระพัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารหาญจากเมืองลพบุรีและสระบุรี ได้มาเอาพระนางวัดเวียงนี้เพื่อบูชาติดตัวไปทำศึกสงคราม ปรากฏประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีอย่างน่าอัศจรรย์ ประการสำคัญสนนราคายังไม่สูงนัก ก็ยังพอมีให้เห็นให้เช่าหากันอยู่ครับผม

พระนางพญา หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลังยันต์อุ

พระนางพญา หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลังยันต์อุ

พระนางพญาหลวงพ่อจงสร้างประมาณปีพ.ศ.2488 - 2490 หลังจากสงครามโลกเลิกแล้ว บ้านเมืองกำลังเข้าที่เข้าทางท่านจึงสร้างพระพิมพ์นี้ขึ้นมา ซึ่งพุทธคุณดีทางเมตตาแคล้วคลาด แต่ที่เด่นที่สุดคือช่วยเสริมบารมี 

ผู้ที่นำพระพิมพ์นี้ไปใช้บูชาซึ่งส่วนมากรับราชการทุกท่านบอกเหมือนกันหมดว่าเป็นสุดยอดของการเสริมเมตตาบารมีและอำนาจ อาจเป็นเพราะพระเกจิอาจารย์ผู้สร้างคือหลวงพ่อจงซึ่งเป็น 1 ใน4ของยอดพระเกจิอาจารย์ 4ท่าน คือ จาด จง คง อี๋ จาดคือหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา จงคือหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก คงคือหลวงพ่อคงแห่งวัดบางกระพ้อม และอี๋คือหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ สี่ยอดพระอาจารย์ยุคก่อนปี 2500 นับว่าเป็นของดีราคาเบาๆที่น่าเก็บครับ

พระนางพญา จงอางศึก 2510

พระนางพญา จงอางศึก 2510

สร้างโดยหลวงปู่โพธิ์ (พระครูศรีรัตนาภิรักษ์)อดืตเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุครับ(ต้นกำเนิดผงสุพรรณ)

มวลสารก็มากมาย เช่นพระผงสุพรรณ ผงพระถ้ำเสือ ผงพระขุนแผนบ้านกร่าง และพระเครื่องเนื้อดินอีกหลายคณาจารย์ครับ

รุ่นแรกสีแดง พิธีพุทธาภิเษก ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๐
โดยพระคณาจารย์๖๙รูป อาทิ ๙ สมเด็จ , หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ , หลวงพ่อเงิน วัดดอนฯ, หลวงพ่อฑูร วัดโพธิ์นิมิต หลวงพ่อมุ่ย หลวงพ่อกวย หลวงพ่อแดง หลวงพ่อแต้มเป็นต้นครับ
สร้างจำนวน๑๖๘,๐๐๐องค์ แจกทหารจงอางศึกไปรบเวียดนาม ๒๕,๗๐๐องค์ ที่เหลือแจกพ่อค้าประชาชนทั่วๆป

รุ่นสอง สีดำ พิธีพุทธาภิเษก ๒-๑๐ มีนาคม ๒๕๑๑ และ ๑๓ เมษายนปีเดียวกัน โดยพระคณาจารย์ชุดเดียวกับรุ่นแรก
สร้างจำนวน ๕๐๐,๐๐๐องค์ แจกหน่วยงานราชการต่างๆนับแสน และบรรจุในพระปรางค์วัดพระศรีฯ สุพรรณ อีกส่วนหนึ่ง เมื่อ๒๘มกราคม๒๕๑๒
หรือเรียกกันว่ารุ่นทหารผีครับ เพราะเมื่อโดนยิงแล้วไม่ตายยังลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ครับ

เป็นพระเครื่องดีพุทธคุณสูง ราคาเยาว์น่าบูชา อนาคตไกลแน่นอนครับ



พระหินหยกแกะ พิมพ์นางพญา วัดธรรมมงคล สร้างโดยพระอาจารย์วิริยังค์ ปี 2536

พระหยก พิมพ์นางพญา วัดธรรมมงคล

พระหินหยกแกะ พิมพ์ต่างๆ วัดธรรมมงคล ปี 2536 สร้างโดยพระอาจารย์วิริยังค์ ซึ่งเป็นพระสายกรรมฐาน ลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตครับ ท่านได้นำหยกแท้ๆจากประเทศแคนาดามาแกะเป็นรูปพระพุทธเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประดิษฐานอยู่ที่วัดธรรมมงคล สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ

สำหรับชิ้นส่วนของหยกที่แกะเหลือแล้วจากพระพทธรูปองค์ใหญ่ พระอาจารย์ได้ให้ช่างนำมาแกะเป็นพระเครื่องด้วยมือทุกองค์ (ดังนั้นพระทุกองค์จะไม่เหมือนกัน) เป็นพระพิมพ์ต่างๆหลายๆพิมพ์ อาทิเช่น พิมพ์พระพุทธ พิมพ์สมเด็จ พิมพ์นางพญา พิมพ์พระสังกัจจายน์ พิมพ์เจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ...เพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงคุณความดีของพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย