แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดช้างให้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดช้างให้ แสดงบทความทั้งหมด

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ 49 ปี 53

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ 49 ปี 53 กะไหล่ทองพ่นทราย แจกกรรมการ
(เหรียญแจกกรรมการจะมีแค่บลอคเดียว และไม่มีโค้ด "ท" ด้านหน้า นอกนั้นจะมีทุกเหรียญครับ)
เหรียญเลี่อนสมณศักดิ์รุ่นนี้ จัดสร้างเพื่อเป็นการฉลองการเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูสุนทรปริยัติวิธาน เจ้าอาวาสองค์ปัจุจุบัน เมื่อครั้งได้เลื่อนสมณศักดิ์ปี 2549 แต่เพิ่งมาฉลองปี 2553 จัดสร้างเป็นรุ่นที่ 3 ของวัดช้างให้ โดย
ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2508 ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวด ด้านหลังเป็นรูปอาจารย์ทิม
ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2536 ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่ทวด ด้านหลังเป็นรูปพัดยศ
ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2553 ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวด ด้านหลังเป็นรูปอาจารย์ทิม

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ 49 ปี 2553 เพื่อจัดหารายได้นำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้องเรียนปัตตานี สนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม แผนกบาลี ประจำจังหวัดปัตตานี ส่งเสริมศูนย์การศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดช้างให้ บูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างทำนุบำรุงวัดราษฎร์บูรณะ (ช้างให้) และงานสาธารณประโยชน์ของทางราชการและประชาชนทั่วไป

เนื่องด้วยในปี 2549 "พ่อท่านหยวน" ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้น "เจ้าคุณ" ต่อมาในปี 2553 ปีมหามงคล "พ่อท่านหยวน" เจ้าอาวาสวัดช้างให้รูปปัจจุบัน จึงได้มีความคิดที่จะสืบสานตำนานการจัดสร้างสมเด็จหลวงพ่อทวดขึ้น ให้ชื่อรุ่นว่า "เลื่อนสมณศักดิ์ ๔๙" เพื่อหารายได้ไปจัดสร้างตามวัตถุประสงค์ขั้นต้น

วัตถุมงคล "รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ๔๙" เข้มขลังด้วยชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ช่อพระกริ่งนารายณ์แปลงรูปของพระอาจารย์นอง วัดทรายขาว รวมทั้งวัตถุมงคลทุกรุ่นของวัดช้างให้ มาหลอมหล่อเป็นชนวนในการจัดสร้างวัตถุมงคลชุดนี้ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. 2553 (เสาร์ 5) เวลา 13.19 น. ณ มณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์วัดช้างให้ โดยมี พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ พ่อท่านพล วัดนาประดู่ พ่อท่านหยวน วัดช้างให้ ร่วมเป็นประธาน กำหนดพิธีมหาพุทธาภิเษก ในวันอังคารที่ 22 มิ.ย. 2553 ณ อุโบสถวัดช้างให้

บางท่านเรียกรุ่นนี้ว่าเป็นเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ รุ่น 2 ของวัดช้างให้ ซึ่งถ้ามองจากรูปเหรียญซึ่งด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวด และด้านหลังอาจารย์ทิม ก็มองได้ว่าเป็นเหรียญที่สร้างล้อพิมพ์เดิมเมื่อปี 2508 แต่มาออกให้บูชาปี 2553 เป็นรุ่น 2 ก็ไม่ผิด แต่ไม่เป็นไร เมื่อทราบที่มาของเหรียญรุ่นนี้แล้วก็ไม่เป็นไร แล้วแต่จะเรียกกัน สำหรับผู้ที่บูชาเหรียญเลื่อนติดตัวประจำ หน้าที่การงานและทำธุรกิจต่างๆจะเจริญรุ่งเรือง ดังชื่อเหรียญที่เป็นมงคลยิ่งของวัดช้างให้ สามารถนำมาใช้แทนรุ่นแรกสบาย เพราะการปลุกเสกได้ผ่านโบสถ์วัดช้างให้เหมือนกับเหรียญรุ่นแรก และพิธีของเหรียญเลื่อน รุ่น 2 วันเสาร์ห้า คือ วันเสาร์ ขึ้นหรือแรม 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งโอกาสที่จะเกิดวันเสาร์ห้า นั้นเกิดได้ยาก ตามคติความเชื่อของโบราณเชื่อว่า ดาวเสาร์เป็นดาวแห่งความเข้มแข็ง และมีพลังมาก หากมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในวันเสาร์ห้า จะมีพุทธคุณด้านคงกระพัน และแคล้วคลาด มากกว่าวันปกติ ฤกษ์มหามงคลเสาร์ห้า มหาเศรษฐี 100 ปี มีครั้งเดียว ในวันที่ 20 มีนาคม 2553 นี้ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 100 ปีมีครั้งเดียว

*****ขอบคุณข้อมูลจากวัดช้างให้ครับผม******


หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังหนังสือ ๒๕๐๕

หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังหนังสือ พิมพ์ใหญ่ 2505 บล็อกขี้มูก
ทุกวันนี้ ในสังคมพระเครื่องพระบูชาหากถามกันว่า “พระเครื่องอะไรที่ดังและร้อนแรงมากที่สุดในยุคนี้” ทุกคนจะให้คำตอบที่ตรงกันว่า พระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ทุกรุ่นที่สร้างขึ้นระหว่างปี ๒๔๙๗-๒๕๑๒ ซึ่งเป็นรุ่นที่ทัน พระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร ปลุกเสก

จากประสบการณ์ที่ได้พูดกันต่อๆ กันมาอย่างยาวนานว่า “ใครแขวนบูชาพระเครื่องหลวงพ่อทวดไม่มีวันตายโหง” โดยคำพูดนี้เป็นที่ประจักษ์มาแล้วอย่างกว้างขวาง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ได้หนุนนำให้ความศรัทธาเลื่อมใสของประชาชนทั่วประเทศ ที่มีต่อองค์สมเด็จหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ณ เวลานี้ ได้ส่งผลให้วัตถุมงคลทุกรุ่นที่ทันท่านพระอาจารย์ทิม ธมฺมธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ปลุกเสก ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้พระเครื่องหลวงพ่อทวดยิ่งดังและร้อนแรงมากที่สุด อย่างไม่มีพระเครื่องอื่นๆเทียบได้

พระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่หมายปองของนักสะสมพระเครื่องมากที่สุดรุ่นหนึ่ง คือ รุ่นหลังหนังสือพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ปี ๒๕๐๕

พิธีปลุกเสก นับเป็นพิธีปลุกเสกครั้งใหญ่ของยุคนั้น มีการฉลองถึง 3 วัน คือ วันที่ 17-18-19 พฤษภาคม พ.ศ. 2505
ประเภทพิมพ์หลังหนังสือ ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก สร้างโดยกรรมวิธีการปั้มขึ้นรูป โดยมีบล็อคแม่พิมพ์ด้านหน้าและหลัง จำนวนหลายบล๊อค ทำให้สามารถแยกเป็นพิมพ์ต่างๆได้หลายพิมพ์ ตามเอกลักษณ์ที่ปรากฏในแต่ละบล๊อค เนื้อพระ สามารถจำแนกได้ เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

ประเภทเนื้อทองเหลือง สามารถพบได้ในพระประเภท พิมพ์หลังหนังสือ ทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก
ประเภทเนื้อโลหะผสม พบได้ในพระประเภทพิมพ์หลังเตารีด ซึ่งลักษณะกระแสเนื้อของกลุ่มนี้ มีหลายกระแสแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในพิมพ์หลังเตารีดใหญ่ เนื่องจากการผสมโลหะแต่ละครั้งต่างกันไป ไม่มีอัตราส่วนที่แน่นอน เป็นผลทำให้กระสของเนื้อพระต่างกัน บางองค์ออกกระแสแดง บางองค์ออกกระแสเหลือง บางองค์เนื้อกลับดำ
ส่วนเนื้อเมฆพัดนั้น สร้างโดยกรรมวิธีหยอดเนื้อโลหะ ลงไปในเบ้าพิมพ์ ซึ่งจะมีลักษณะเบ้าผิดด้านหน้า เพียงด้านเดียว นอกจากเนื้อต่างๆดังกล่าวแล้ว ในพิมพ์หลังเตารีดใหญ่ ยังปรากฏเนื้อแร่ อีกหนึ่งเนื้อ




พระปิดตาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี รุ่นมหาราช

พระปิดตาหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี รุ่นมหาราช 

ออก 5 ธ.ค.38 เนื่องในวโรกาศในหลวงครองราช 50 ปี

เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น 3 พ.ศ.2503-2504


หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น 3

เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่ท่านพระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม ธมฺมธโร) เจ้าอาวาสวัดช้างให้ได้จัดสร้างขึ้นในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นมีมากมายหลายรุ่นหลายพิมพ์ ในบรรดาเหรียญทั้งหมดที่ท่านอาจารย์ทิมสร้างนั้น ท่านสร้างเหรียญรุ่น 3 จำนวนมากที่สุดและมีพิมพ์มากที่สุด อีกทั้งเป็นเหรียญที่มีประสบการณ์มากมายที่สุดและเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่องพระบูชาไทย

การที่มีคนเรียกท่านว่า “หลวงพ่อทวด” เนื่องมาจากทุกคนได้ทราบมาว่า “องค์สมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ท่านมีชีวิตอยู่สมัยอยุธยา หากนับอายุของหลวงพ่อทวดจนมาถึงปัจจุบันนี้แล้วท่านจะมีอายุหลายร้อยปี จึงใช้สามัญสำนึกเรียกผู้สูงวัยอายุเป็นร้อยปีด้วยความเคารพว่า “ปู่ทวด” เลยนำคำนี้มาเรียกหลวงพ่อทวด ว่าหลวงปู่ทวด แต่การเรียกเช่นนี้จะทำให้นักสะสมพระฯ สายหลวงพ่อทวดโดยตรง "งง" ทำให้เข้าใจผิดว่ามีพระสูงอายุอีกรูปหนึ่งชื่อ “ทวด” จึงเรียกท่านว่า “หลวงปู่ทวด” เหมือนกับที่เรียกหลวงปู่ทิม วัดนวลนรดิสวรวิหาร กทม. หลวงปู่ชู วัดนาคปรก กทม. หลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ จ.นครพนม หรือหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เป็นต้น จะทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญได้ว่า ท่านเป็นพระร่วมสมัยกับหลวงปู่ทั้งหลายที่ได้กล่าวถึงมาแล้ว ทั้งๆ ที่หลวงพ่อทวดท่านมีอายุมากกว่าหลายเท่านัก

ภาษาใต้ท้องถิ่น เขาใช้เรียกผู้สูงอายุมากๆ ว่า "ทวด" หากอายุมากเป็นร้อยๆปีเขาจะเรียกว่า "พ่อทวด" เมื่อท่านเป็นพระสงฆ์จึงเรียกท่านว่า “หลวงพ่อทวด” 
ดังนั้น “หลวงพ่อทวด” ซึ่งมีพระอริยะสงฆ์เพียงรูปเดียวเท่านั้นในประเทศไทยที่ถูกเรียกขานเช่นนี้จากอดีตจวบจนปัจจุบัน 

เนื่องจากเหรียญรุ่น 3 นี้เป็นเหรียญที่มีแม่พิมพ์มากที่สุดจำยากที่สุดด้วย เพราะโรงงานเอาแม่พิมพ์ด้านหลังของเหรียญมาสลับสับเปลี่ยนกัน จึงทำให้ปั๊มเหรียญพระหลวงพ่อทวดรุ่น 3 ออกมามีมากมายหลายพิมพ์

พระคาถาที่อยู่ด้านหลังเหรียญด้านที่เป็นรูปเหมือนท่านอาจารย์ทิม ธมฺมธโร เช่นเหรียญรุ่น 2 ไข่ปลาใหญ่โดยเฉพาะพิมพ์ ไม้มลายและพิมพ์สายฝน (ด้านหลังมี 2 แม่พิมพ์ อีกพิมพ์หนึ่งเขียนพระคาถาแบบเหรียญรุ่น 3) อ่านได้ว่า “นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ” ซึ่งก็คือพระคาถายอดหัวใจ 108 พระคาถานี้เป็นหัวใจ ของหัวใจ 108 อีกทีหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้พระคาถาบทใด ต้องเอาพระคาถาบทนี้แทรกด้วยทั้งสิ้น สุดแต่จะกล่าวอุปเท่ห์วิธีใช้ได้มากมากสุดจะพรรณนา สารพัดจะใช้เถิด จะปลุกเสกหรือจะทำการใดๆก็ดี ทั้งทางอยู่ยง ทางเมตตา ใช้ได้ทั้งนั้น ท่านเปรียบเสมือนยาดำที่เข้าแทรกยาทุกขนาน ฉะนั้นเมื่อจะใช้คาถาบทใดๆจะเป็นในทางใดก็ตาม ให้เอายอดพระคาถานี้กำกับไปด้วยเสมอไป จะเกิดความขลังเหมือนใจนึก (จากหนังสือ คู่มือชายชาตรี หน้า 60 โดยอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ร้านศิลปาบรรณาคาร พ.ศ.2513)

ส่วนพระคาถาที่แกะสลักอยู่ด้านหลังเหรียญหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ รุ่น 3 แตกต่างจากเหรียญรุ่น 2 เล็กน้อย อ่านได้ว่า “นะโมพุทธายะ นะโมพะทะ จะภะกะสะ”

สำหรับนักสะสมมือใหม่ที่ไม่แม่นพิมพ์และตำหนิมากนัก จุดตายจุดหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ หรือไม่ได้สังเกต ก็คือ ด้านหลังของเหรียญรูปพระอาจารย์ทิม ที่ขอบเหรียญด้านบนที่ติดกับคอหูเหรียญ ทั้งด้านซ้ายและขวา จะมีรอยปลิ้นกลับของครีบขอบเหรียญ ซึ่งจะเป็นแทบทุกเหรียญที่เป็นเหรียญแท้
ยกเว้นเหรียญที่สึกมากๆ อาจปรากฏไม่ชัด หรือไม่ปรากฏเลย ครับผม

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา



เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น 2 พ.ศ.2502


หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น 2 เนื้อนาก

เป็นเหรียญที่สร้างในปี พ.ศ. 2502 มี 2 แบบ คือ เหรียญรูปไข่ และเหรียญเสมา

สำหรับเหรียญรุ่น 2 มีเนื้อ ทองคำ นาก ทองแดง และเหรียญไข่ปลาเล็ก มีหลายท่านเห็นว่าเป็นรุ่น 4 แต่ได้มีผู้พบเห็นเหรียญนี้ที่กรรมการวัด ถูกห่อด้วยกระดาษคาถาของวัดที่พิมพ์ พ.ศ. 2502

สำหรับเหรียญที่สร้างก่อนคือ เหรียญไข่ปลาใหญ่ สระไอไม้มลาย พิมพ์หน้าแก่และพิมพ์บล็อคสายฝน จนมาถึงพิมพ์หน้าหนุ่ม

ใบหน้าของอาจารย์ทิมในเหรียญไข่ปลาจะมีลักษณะสั้นทั้งหมด

เหรียญรุ่น 2 มาโด่งดังมากเมื่อ 20 กว่าปีก่อน รถยนต์โดยสารวิ่งผ่านเขาพับผ้า เสียหลักตกลงไป ผู้โดยสารจำนวนหลายสิบคนเสียชีวิตหมด ยกเว้นเด็กชายอายุ 10 ขวบคนหนึ่งรอดตายเพียงคนเดียว ในคอของหนูน้อยนั้นมีเหรียญรุ่น 2 ไข่ปลาใหญ่อยู่เพียงเหรียญเดียว

นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา




หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่น ร.ศ. 200

หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่น ร.ศ. 200

หลวงปู่ทวด รุ่น ร.ศ. 200 ปี ได้มีการจัดสร้างขึ้นเป็นกรณีพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2525 ชนิดที่สร้างก็มีพระบูชาหลวงพ่อทวด 200 องค์ รูปเหมือนหลวงพ่อทวดขนาดเล็ก เนื้อทองคำ 200 องค์ เนื้อเงิน 200 องค์ และเนื้อนวะโลหะ 2,525 องค์ และมีหลวงพ่อทวด พิมพ์กลีบบัวเล็กกับเหรียญหลวงพ่อทวด พิมพ์ใบเสมาเล็ก อีกจำนวนหนึ่งด้วย

หลวงพ่อทวด รุ่นนี้ ได้จัดพิธีปลุกเสก ณ. พระอุโบสถวัดช้างให้ ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2525 โดยมีท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาวเป็นเจ้าพิธี และพระเกจิคณาจารย์ที่มานั่งปรกปลุกเสกล้วนแต่มีชื่อเสียงทั้งนั้น อาทิ เช่น หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดง, หลวงพ่อดำ วัดตุยง, ท่านเจ้าคุณ วัดนาประดู่่, หลวงพ่อสอน วัดปิยาราม, หลวงพ่อวัดคลองท่อม พ่อท่านเเดง ศรีมหาโพธิ์ ฯลฯ และเกจิสายใต้อีกหลายรูป ในคืนวันที่ 13 มีนาคม 2525 ซึ่งเป็นพิธีปลุกเสกคืนสุดท้าย ดวงวิญญาณหลวงพ่อทวดได้เข้าประทับทรงพ่อท่านหมุน วัดเขาแดงตะวันออก ซึ่งนั่งเป็นประธานปลุกเสกในพิธี และประทับทรงปลุกเสก อยู่อย่างนั้นจนเสร็จพิธีพร้อมกับประพรมน้ำมนต์วัดถุมงคลด้วย หลวงพ่อทวดรุ่นนี้แม้ว่าจะสร้างหลังที่พระอาจารย์ทิมมรณภาพไปแล้ว แต่ก็ได้รับความนิยมมากไม่แพ้รุ่นเก่าๆเหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะหลวงพ่อทวดมาประทับทรงในการปลุกเสกนั่นเอง ประสบการณ์มาแล้วมากมายเล่าขานกันไม่รู้จบชนิดเล่ากันแล้วเล่ากันอีกไม่มีเบื่อ มีพิธีดี พิธีใหญ่

เหตุผลที่คนเริ่มมาเล่นพระรุ่นนี้

1. พระรุ่นนี้มี หลักฐาน และ ประวัติการ สร้างที่ชัดเจน
2. มีการล้อพิมพ์ ของรุ่นที่สร้างก่อนหน้านี้ และตัวตัดเหมือนกัน (กลีบบัวรุน1 ปี2507 ซึ่งราคา ไปในระดับหมื่นแล้ว)
3. หนังสือ ”คัมภีร์ล้ำค่า ลป.ทวด ฉบับพิเศษ” เล่มใหม่ ปี 2556 ของ คุณ ชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องอันดับต้น ๆ ของประเทศ ก็ได้มีรุ่น ร.ศ.200 ในเล่ม ซึ่งถือว่าเป็นคำภี สำหรับนักสะสม พระหลวงปู่ทวด สำหรับรุ่นแรก ตั้งแต่อดีตจนถึง รุ่นปัจจุบัน กันเลยทีเดียว
4. พระเครื่องหลวงพ่อทวด ได้รับความนิยม อย่างมาก อย่างต่อเนื่อง ประกอบ กับ พระเครื่องใน ปี 2497 2500 2505 2506 2508 2511 เริ่มหายาก ราคาสูงมาก นักสะสม จึงหันมา ให้ความสำคัญ กับพระเครื่องในปี หลังจาก อาจารย์ทิม มรณภาพไปแล้ว (หลังปี 2512) ที่เคยถูกมองข้ามไป ตัวอย่าง พระหลวงปู่ทวด รุ่น หลังปี 2512 ที่ได้รับความนิยม หาเก็บ




หลวงปู่ทวด รุ่นทะเลซุง ปี 2508

หลวงพ่อทวด รุ่นทะเลซุง ปี 2508

หลวงปู่ทวด พ.ศ 2508 สร้างโดยพระครูวิสัยโสภณ (ทิม ธัมมธโร) แห่งวัดช้างให้(วัดราษฎร์บูรณะ) ตำบลบ้านไร่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยมีพระครูวิสัยโสภณเจ้าอาวาสวัดช้างให้เป็นประธานในพิธีบริกรรม ได้อาราธนาอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาให้ท่านประสิทธิ์ ประสาทความขลัง แก่พระเครื่อง เสร็จแล้วจึงได้แจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปสักการะบูชา

ส่วนคำว่า "ทะเลซุง" นั้น จากการศึกษาข้อมูล พบว่ามาจากเหตุการณ์อุทกภัยที่บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่บนเทือกเขาหลวง เป็นพื้นที่ลาดชัน บ้านคีรีวงเกิดอุทกภัยใหญ่ มรสุมลูกนั้นทำให้ฝนตกหนักมากในเทือกเขาหลวงและเกิดน้ำป่าพัดพาเอาซุงที่ถูกลักลอบตัดโค่นแอบไว้ในป่ารวมทั้งต้นไม้ที่หักโค่นไหลลงมาโถมทำลายบ้านเรือนเสียหายอย่างหนักและมีคนตายเป็นจำนวนมาก
จากเหตุการณ์ครั้งนี้จึงมีคำเรียกกันถึงภิบัติภัยของบ้านคีรีวงว่า เหมือนถูก "ทะเลซุง" โถมทับ

ทางด้านความเชื่อเรื่องพระเครื่องทะเลซุง ผู้ที่รอดในเหตุการณ์ต้องมีคนที่ห้อยหลวงปู่ทวดอย่างแน่นอน เพราะหลวงปู่เป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงทั่วภาคใต้ ส่วนพระที่ห้อยจะเป็นรุ่นบัวห้า บัวหก เม็ดแตง หรือรุ่นใดไม่ทราบได้ คงต้องหาโอกาสค้นคว้ากันต่อไปครับ


ทะเลซุง 2508 จะมีทั้งพิมพ์บัว 5 และ พิมพ์บัว 6 แต่ที่นิยมหาเล่นกันจะเป็นบัว 6 ครับ

สาเหตุ ที่พิมพ์บัว 5 ไม่ได้รับความนิยมเพราะ สร้างออกมาค่อนข้างเยอะเอาไว้แจกเด็กๆให้ได้ใช้กัน จึงไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดว่าสร้างเท่าไร

ส่วนพิมพ์บัว 6 วงการพระเครื่อง ยึดถือตามกันมา ว่า พระเครื่องรุ่นทะเลซุง มีการสร้างจริง แต่องค์ พระจะมีกะไหล่ผิว แห้ง ตามอายุ ที่สำคัญ บัวใต้ฐาน องค์หลวงพ่อทวด มีจำนวน 6 คู่ บางองค์ ด้านหลังระบุ องค์วัดช้างให้ หรือ วัดช้างให้ หรือ และ หลังเจดีย์ หรือ หลังยันต์ และ อาจะมีลูกแก้ว ไม่มีลูกแก้ว ก็มี

* ทะเลซุง "นิยม" พิมพ์เล็กมีทั้งมีหู และไม่มีหู บัว 6 ที่ด้านหลัง เป็น เจดีย์ และ มี คำว่าองค์วัดช้างให้ มีทั้งกะไหล่ทอง และ นิกเกิ้ล และบัวจะกลมมน เล่นกันนิยม เนื่องจากถือว่า เป็น พิมพ์กรรมการ

* ทะเลซุง บัว 6 พิมพ์ใหญ่ กลาง และ เล็ก มีหู ที่ด้านหลัง เป็น เจดีย์ และ มี คำว่าวัดช้างให้ กะไหล่ทอง ก็ได้รับความนิยม มากเช่นกัน
ส่วนอีกพิมพ์ หนึ่งซึ่งได้รับ ความนิยม ตามมาติดๆ คือ

* ทะเลซุง บัว 6 พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก หลังหนังสือ ที่ด้านหลัง เป็น หลังยันต์ กะไหล่ทอง ก็ได้รับความนิยม มากเช่นกัน

สาเหตุ ที่ทะเลซุงพึ่งได้รับความนิยม เนื่องจาก

พระเครื่องที่สร้าง ในปี 08 ขาดเอกลักษณ์ และมีพระปี 05 ค้ำอยู่ จึงไม่ได้รับความสนใจ ขาดการบันทึก ขาดการให้ข้อมูล ยิ่งนักสะสมในสมัยก่อน มัก นิยม รุ่นแรก รุ่นเก่า
แต่เมื่อ พระเครื่องหลวงพ่อทวด ได้รับความนิยม อย่างมาก ประกอบ กับ พระเครื่องใน ปี 2497 2500 2505 เริ่มหายาก ราคาสูง นักสะสม จึงหันมา ให้ความสำคัญ กับพระเครื่องในปี 2508 เช่น มีการพูดถึง เตารีด 2508 หลังหนังสือ 2508 ทะเลซุง 2508 แหวน 2508 ซึ่ง เมื่อก่อน นักสะสมบางท่าน ไม่สนใจ ด้วยซ้ำ ครับ เพราะ ไม่มีระบุ ในหนังสือ โปสเตอร์ แผ่นพับ ใบปลิว ใดๆ เพิ่งมามีในยุคหลังครับ ที่มีข้อมูล มากขึ้น ทำให้ พระปี 2508 ได้รับความนิยม มากขึ้น ตามลำดับ และ รวมถึง ทะเลซุง ปี 2508 ด้วย


ภัยพิบัติทะเลซุง
คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


ผมเป็นคนเชียงใหม่ อยากรู้เรื่องภัยพิบัติทะเลซุงที่บ้านกะทูน นครศรี ธรรมราช ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรครับเดชา

ตอบ เดชา

ฝ่ายธรณีพิบัติภัย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม บันทึกเหตุการณ์ดินถล่มในประเทศไทย ไว้ในเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 เกิดเหตุดินถล่มที่บ้านกะทูนเหนือ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 230 คน บ้านเรือนเสียหายประมาณ 1,500 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 6,150 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท

ค้นดูข้อมูลของสื่อมวลชนหลายสำนักในช่วงปีนั้น ระบุว่า เหตุการณ์หายนะครั้งนั้นครอบคลุมพื้นที่หลายตำบลใน จ.นครศรีธรรมราช ทั้ง ต.กะทูน ซึ่งอยู่ใน อ.พิปูน และหมู่ บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทั้ง 2 แห่งเป็นที่ราบหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบและมีป่าอุดมสมบูรณ์

ก่อนเกิดเหตุในเดือนพฤศจิกายน มีพายุฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันหลายวันและมีลมพายุพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงจนถึงเวลาค่อนรุ่งของวันที่ 22 ชาวบ้านที่กำลังนอนหลับพักผ่อนภายในบ้านก็ได้ยินเสียงดังโครมครามพร้อมกับมรสุมกระแสน้ำป่าที่ไหลทะลักมาพร้อมกับต้นยางพาราที่หลุดโค่นทั้งรากเข้าถล่มบ้านเรือนที่พักอาศัยอย่างชนิดตั้งตัวไม่ติด

แต่เหตุที่กะทูนเลวร้ายกว่า เพราะนอกจากจะมีต้นไม้ที่มีรากไม้โค่นล้มลงมาถล่มทับแล้วยังมีท่อนซุงขนาดใหญ่หลายพันท่อนที่ขบวนการลักลอบตัดไม้ทิ้งเอาไว้ถูกกระแสน้ำพัดพาลงมาเบื้องล่างด้วย ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านอย่างมากมายมหาศาล

นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปีในเวลานั้น

หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงานพยายามเดินทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ช่วงแรกใช้การเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น การค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลายวัน

เหตุครั้งนั้นส่งผลให้ชาวพิปูนที่รอดตายต้องอพยพไปอยู่อาศัยในที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น กิ่งอำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ที่ดินป่าสงวนกรุงหยัน ตำบลกุแหระ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดินทุ่งนาเมืองชัย ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

เป็นพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการจัดหาที่พักอาศัยและพื้นที่ทำกินให้กับผู้ประสบภัยอย่างถาวร โดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน "จุฬาภรณ์" และอพยพผู้ประสบภัยเข้าไปอยู่อาศัย มีการส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในหมู่บ้านอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ยังมีโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนและโครงการ สร้างอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง เพื่อป้องกันภัยอย่างถาวรให้แก่ชาวบ้านด้วย

ทั้งนี้สื่อมวลชนยังระบุด้วยว่า ความสูญเสียในครั้งนั้นส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่บ้านกะทูน จุดเกิดเหตุทะเลซุงนั่นเอง

พระกริ่งเฉลิมพล รุ่น 2 วัดช้างให้ ปี 2539

พระกริ่งเฉลิมพล รุ่น 2 วัดช้างให้ ปี 2539

พระกริ่งเฉลิมพล รุ่น 2 รุ่นสร้างโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ปี 2539 เป็นพระกริ่งที่เทหล่อโดยถอดพิมพ์มาจากกริ่งเฉลิมพลรุ่นแรกที่โด่งดังมากของพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ปี 2505

พระกริ่งนี้เป็นรุ่นที่ 2 ที่ทางวัดช้างให้ ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อหาทุนจัดสร้างโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ท่านเจาอาวาส วัดช้างให้ในขณะนั้น ดำริว่า พระกริ่งเฉลิมพลที่สร้างครั้งแรก โดยพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิมพร เมื่อ ปี 2505 พบเห็นน้อยมากแล้ว จึงให้ถอดพิมพ์มาสร้างในครั้งนี้ครับ

ท่านเจ้าอาวาสประสงค์ให้การสร้างพระครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 2 ของวัดช้างให้ที่ให้คงเอกลักษณ์เดิมไว้ และที่พิเศษขึ้นไปท่านได้ผสม "เหล็กน้ำพี้" ซึ่งเป็นโลหะที่มีคุณวิเศษในตัวลงในพระกริ่งรุ่นนี้ด้วยพระทั้งหมดประกอบพิธีเททองเป็นปฐมมงคลฤกษ์เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2539 เวลา 14.29 น. ณ วัดช้างให้ โดยพระครูอนุกูลปิยัติกิจ เจ้าอาวาส วัดช้างให้

หลังจากนั้นเข้าพิธีปลุกเสก ณ.พระอุโบสถวัดช้างให้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2540 โดยมีพระเถราจารย์สามเกจิดังสายหลวงปู่ทวด ร่วมพิธีปลุกเสกด้วยคือ อาจารย์นอง อาจารย์ทอง พ่อท่านเขียว นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อแดง วัดบูรพาราม, หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย, หลวงพ่อสุข วัดตุยง, พ่อท่านทอง วัดวัดตะเคียน เป็นต้น

ดังนั้นพระกริ่งเฉลิมพล รุ่น 2 รุ่นสร้างโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จึงน่าบูชาเก็บไว้มาก เพราะมีพระเกจิดังหลายองค์ร่วมปลุกเสก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์นองท่านร่วมปลุกเสกด้วย และในขณะนี้ทั้งอาจารย์ทองและพ่อท่านเขียว ท่านเป็นเกจิภาคใต้ที่ดังมาก