แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แหวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แหวน แสดงบทความทั้งหมด

แหวนพระพุทธประทานพร หลวงปู่ดู่ วัดสะแก 2540

แหวนพระพุทธประทานพร หลวงปู่ดู่ วัดสะแก 2540
รุ่นนี้ไม่ทันหลวงปู่ดู่อธิษฐานจิต แต่ผสมชนวนเก่าต่างๆที่หลวงปู่ดู่ได้อธิฐานจิตไว้แล้วมาผสมด้วย
โดยทางวัดสะแก ขอเมตตาจิตจาก ครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อธิษฐานจิตให้
สังเกตุได้ง่ายๆครับเนื้อเงินตอกโค๊ด "พ" เนื้อนวะตอกโค๊ด "ด" หน้าองค์พระ

วัดหนองน้ำส้ม อีกหนึ่ง “สำนักตักสิลา” แห่งเมืองกรุงเก่า


แหวนวัดหนองน้ำส้ม รุ่นบูรณะอุโบสถ ไตรมาส 2553
ในอดีตวัดหนองน้ำส้มมีเจ้าอาวาสและพระเกจิอาจารย์เข้มขลังวิทยาคมพำนักอยู่ โดยไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน เนื่องจากทุกท่านล้วน “เก็บตัว” อยู่อย่างเรียบง่ายและสมถะ ไม่ค่อยเปิดเผยตัวและความเก่งกล้าให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาญาติโยมและคนต่างถิ่น ยกเว้นคนในท้องถิ่นหากเอ่ยชื่อ หลวงพ่อทิพย์ หลวงพ่ออาจ และหลวงพ่อสอนเชื่อได้ว่าทุกคนรู้จักคุ้นเคยกันดี เพราะท่านเหล่านั้นสืบสานพุทธาวิทยาคมสายตรงจาก พระอุปัชฌาย์กลั่น (หลวงพ่อกลั่น) วัดพระญาติการาม สุดยอดอมตะเถรจารย์แห่งพระนครศรีอยุธยา

วัดหนองน้ำส้มแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำจากโลหะสีดำปางมารวิชัยแต่ทาสีทองทับเอาไว้ ตั้งตระหง่านเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ขึ้นชื่อเรื่อง “สมหวังดังใจ” ไม่ว่าใครเดือดร้อนจากที่ไหน หากไปจุดธูปเทียนกราบไหว้บนบานศาลกล่าว มักจะสำเร็จสมประสงค์สมปรารถนากันทั่วหน้าทุกราย ไม่เว้นแม้เรื่องโชคลาภ ร่ำรวย เมตตา ค้าขาย

ในยุคของ พระครูอุทัยคณารักษ์ (จำรัส) เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พัฒนาถาวรวัตถุและความเจริญให้วัดเรื่อยมา ตลอดจนสร้างพิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวบ้าน อุปกรณ์การทำเกษตรกรรม เกวียนโบราณ เรือโบราณ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาหาความรู้และจัดเข้าค่ายพุทธบุตรอบรมกล่อมเกลาจิตใจเยาวชนเป็นประจำ

ด้วยความเปี่ยมล้นด้วยเมตตาและใจบุญ พระครูอุทัยคณารักษ์ ยังรับเลี้ยง “สุนัขจรจัด”ไว้ หลายร้อยตัว แม้ท่านรู้เต็มอกว่าเป็นภาระ แต่ก็ยินดีดูแล อีกทั้งท่านสละทุนทรัพย์ส่วนตัวสนับสนุนทุนการศึกษาเด็กนักเรียนยากจน หลายคนได้ดิบได้ดีเป็นเศรษฐี เป็นข้าราชการใหญ่โตก็มากมาย เรียกได้ว่าชั่วชีวิตของท่านอุทิศตนเพื่อส่วนรวมและทำประโยชน์นานัปการให้ท้องถิ่น สมเป็น “พุทธบุตร” โดยแท้

จวบจน พระครูอุทัยคณารักษ์ ถึงแก่กาลมรณภาพท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนใกล้ชิด คณะศิษย์ ญาติโยมและผู้ศรัทธา ในช่วงเย็นวันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๓ รวมสิริอายุ ๗๔ ปี ทางวัดได้จัดพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา ๑๐๐ วัน ก่อนบรรจุสังขารในโลงทองประดิษฐานบนศาลาการเปรียญ

หลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน พระผู้กล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา

แหวนรูปเหมือน หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน 2545

แหวนปลอกมีด รุ่นแรก เนื้อเงิน หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน ปี 2546 จำนวนการสร้าง 1300 วง

 หลังจากนั้นมีการสร้างอีก 3700 วง แต่ไม่ทันหลวงปู่
โดยจะตอกโค๊ดแตกต่างกัน
โดยโค๊ดที่ทันหลวงปู่จะตอกโค๊ดตัว"นะ"ขอม
ส่วนที่ไม่ทันจะตอกโค๊ด "นะ" มียอดแบบอุ
โค๊ด "นะ" มียอดแบบอุ

“หลวงปู่ชื้น พุทธสโร” พระผู้กล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา อดีตเจ้าอาวาสวัดญาณเสน เจ้าตำรับเคล็ดวิชา “รัตนจักร”อันลือลั่น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม แพทย์แผนโบราณ โดยนำความรู้ทุกแขนงมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้ชาวเมืองกรุงเก่า จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสในความมีเมตตาธรรมอันสูงส่ง นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลขลังที่มากด้วยประสบการณ์ ด้านเมตตา แคล้วคลาด

เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2500 ที่วัดญาณเสน ต. ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระอาจารย์ผู้เรืองวิชารูปหนึ่ง ชื่อ หลวงพ่อชื้น พุทธสโร ช่วยเหลือชาวบ้าน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยน้ำพระพุทธมนต์ มีชื่อเสียงมากในทางแก้คุณไสย ป้องกันภูตผีปีศาจ ถูกกระทำ โรคกรรมเก่า โรคจิตวิปริต จิตฟุ้งซ่าน คลอดลูกไม่ออก พ่นตาแดง รักษาฝี ฯลฯ

เมื่อหลวงพ่อชื้นเสกน้ำมนต์ ให้ดื่มกินก็ปรากฏว่าหายวัน หายคืน เป็นไปอย่างน่าประหลาด เหล่าภูตผี เจ้าที่หรือวิญญาณที่มีสิงสู่ในตัวตน เมื่อรู้ว่ามีผู้นำน้ำพุทธมนต์เสกของ หลวงพ่อชื้น มา ก็รีบหนีไปผุดไปเกิดทันที จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วตลาดหัวรอ ตลาดเจ้าพรหม

ผู้ทีชอบทางค้าขายหลวงพ่อก็จะเสกธะนางกวักเรียกคนเข้าร้านให้
ผู้ที่ชอบทางโลดโผน ผจญภัย เป็นรั้วของชาติ ท่านก็สร้างตะกรุดโทนแจกให้

ในสมัยนั้นบรรดาเกจิอาจารย์นิยมเล่นแร่แปรธาตุ โดยนำโลหะต่างชนิดกันมาผสมกัน เพื่อให้เป็นทองคำให้เป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์ผสมโลหะ 5 อย่าง 7 อย่าง 9 อย่าง ออกมาเป็นสัตตโลหะ นวโลหะ อย่างเช่น หอกของหลายชุมพล ปลายหอกทำด้วยสัตตโลหะ ใครที่ว่าเหนียว เมื่อเจอโลหะผสมก็เปื่อยเป็นเนื้อต้มทีเดียว หลวงพ่อชื้น ท่านก็ลองวิชาของท่านเหมือนกัน นำโลหะมาผสมได้เนื้อเหลืองทางทองคำก็มี เนื้อเหลือบใสแดงขาวก็มี ท่านเรียกโลหะของท่านว่า เนื้อลูกแก้ว ท่านผสมไว้มากมายใต้ถุนกุฏิ เมื่อใครมาขอท่านก็หลอมเป็นลูกอมเล็ก ๆ ให้พกติดตัว ผู้ที่ได้ไปก็แคล้วคลาดภัยอันตรายต่าง ๆ ถ้าวันใดว่าง ๆ ท่านก็จะให้ศิษย์ไปหาตะปูสังฆวานรตามเจดีย์ร้างเก่า ๆ มาหลอมรีดเป็นตะกรุด ผู้ได้ไปก็มีความคงกระพันชาตรี มหาอุด หยุดลูกปืน จนท่านทำให้แทบไม่หวาดไหว

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา ยังบอกว่า "ถ้าข้าไม่อยู่แล้ว ให้ไปกราบพี่ชื้น วัดญาณเสน"
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ยังได้บอกศิษย์ว่า ให้ไปทำบุญกับหลวงปู่ชื้น จ.อยุธยา
หลวงปู่พรหมา เขมจาโร ยังให้ลูกศิษย์ที่เป็นฤาษี มาเก็บพระหลวงปู่ชื้น
หลวงปู่แหวน วัดดอกแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ยังเคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" หมายความว่า ชาวอยุธยาผู้นั้นเดินผ่านวัดหลวงปู่ชื้นกลับไม่รู้ว่ามีเพชรแท้อยู่หน้าบ้านตัวเอง แต่กลับไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งห่างไปตั้งหลายร้อยกิโล


เคยมีคนถามท่านว่า พระของหลวงปู่กันนิวเคลียร์ได้ใช่ไหมครับ (เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้) ท่านตอบว่า "ได้" และบอกอีกว่า 
นิวเคลียร์เป็นพลังทางโลกจะสู้พลังทางธรรมไม่ได้!

มาจนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตท่าน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2546 สิริอายุได้ 97 ปี 
และได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 26 พ.ย 2549

แหวนหลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา

แหวนพระพุทธ (หน้าใหญ่) โลหะผสม หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ปี 2522
แหวนพระพุทธ (หน้าเล็ก) เนื้อเงิน หลวงปู่ดู่ วัดสะแกปี 2525 ในวาระเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครครบ 200 ปี

แหวนพระพุทธ เนื้อเงิน หลวงปู่ดู่ วัดสะแกปี 2555
แหวนพระพุทธ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก 2556 เนื้อทองเค



คตินิยมหรือแบบแผนในการสร้างนั้น
แต่เดิมสืบทอดจากตำราของสำนักวัดประดู่ในทรงธรรม พระนครศรีอยุธยา
และได้สืบทอดความรู้สู่คณาจารย์ผู้เรืองนามของพระนครศรีอยุธยาหลายต่อหลายท่าน
เช่น หลวงพ่ออุปัชฌาย์กลั่น, หลวงปู่ศรี และหลวงปู่ดู่ ตามลำดับ

แหวนปลอกมีดและแหวนพุทธโลหะของสำนักวัดสะแก พระนครศรีอยุธยานั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะ กล่าวคือ แหวนพระพุทธหัวแหวนสี่เหลี่ยม ด้านซ้ายและขวาปรากฎรูปพระอัครสาวก หรือบางรุ่น บางปีเป็นรูปพุ่มดอกไม้ทั้งซ้ายและขวา
ใต้รูปพระอัครสาวก หรือใต้รูปพุ่มดอกไม้ ด้านหนึ่งจะเป็นปี พ.ศ.ที่สร้าง ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้น จะมีอักษรย่อ ว.ส.ก. หรืออาจมีอักษรอื่นๆ ตามแต่คณะลูกศิษย์และผู้มีศรัทธาได้ออกแบบสร้างถวาย

วัดสะแกได้เริ่มสร้างแหวนโลหะ ทั้งแบบแหวนปลอกมีด และแหวนพระพุทธหัวแหวนสี่เหลี่ยม
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ เรื่อยมา

แหวนปลอกมีดและแหวนพระพุทธ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หรือที่ลูกศิษย์เรียกว่า 'แหวนปลอกมีดมหาจักรพรรดิ' หรือ 'พระธำมรงค์มหาจักรพรรดิ'

*** พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา ***
- พุทธคุณในวัตถุมงคลของท่านจำพวกแหวนเล่ากันมาว่าเด่นทาง แคล้วคลาดปลอดภัย แบบมากถึงมากที่สุด (แต่จริงๆพุทธคุณด้านอื่นก็น่าจะครบถ้วนนะครับ เพียงแต่อาจจะไม่ค่อยมีใครพูดถึง)